สวัสดี เมืองฟ้าอมร

posted on 23 Jul 2010 17:50 by rieless in Temp

 

จากบ้านนอกคอกนามาอยู่ กรุงเทพฯ เขาเป็นอะไรกัน เขาทำอะไรกัน เขารีบไปไหนกัน มาอยู่ได้สักพัก สองสามอาทิตย์กับการปรับตัวในเมืองหลวง ด้วยความเป็นคนขี้สงสัยอยู่ไปนานวันก็ซึมซาบและสังเกตตัวเองและคนรอบข้าง 

มาช่วงแรก ๆ ผิวลอก แพ้อากาศมลพิษเยอะเหลือเกิน การจราจรคับคั่ง ผู้คนมากหน้าหลายตา ตึกสูงระฟ้ามากมาย

สอง จะเดินเร็วไปไหนกันคนที่นี่เดินไวมาก แม้กระทั่งอาม่า เดินคุยกับเพื่อนที่นี่กลายเป็นว่าเราเดินช้าต้องปรับ step

สาม กินไวไมไ่ด้สวาปาม ไม่ได้กินแบบมูมมาม แต่คนที่นี่อะไรก็รีบไปเสียหมด ยกเว้นรีบไปทำงาน 

สี น้ำใจ และความจริงใจหาได้ยากเต็มที ขนาดคนขับ taxi จากบ้านนอก ก็ยังหลอกคนบ้านนอกด้วยกัน หรือว่านี่เป็นบริการนำเที่ยวแบบใหม่(ฮา)

ห้า เรื่องง่าย ๆ บางทีก็เป็นเรื่องยาก ๆ หรือว่าคนที่นี่เขามีความมั่นใจในตัวเองสูง บางทีเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ "ขอโทษ" "ขอบคุณ" ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ 

ชีวิตการอยู่กิน เดินทาง เป็นอะไรที่ต้องเรียนรู้และปรับตัว ตอนนี้เริ่มคล่องทำอะไรได้เยอะมีอะไรที่น่าตื่นตาเยอะแยะดีแล้ววันหลังจะเล่าให้ฟังใหม่อีก สวัสดี 

ดองข้ามปีกับ theme ใหม่

posted on 17 Mar 2010 01:01 by rieless in Temp

ว่าจะเขียนอย่างต่อเนื่องแล้วเชียว แต่ก็มีอันให้ต้องไปทำอย่างอื่น อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็เอาเถอะไหน ๆ กลับมาเขียนต่อก็ ทำ theme ใหม่เลยละกัน theme ชื่อว่า Caramel อยากได้สีออกแนว วิทเทจ หน่อยเหมือนกับกำลังดูรูปที่ถ่ายด้วยฟิล์มสไลด์ ล้าง cross action

ซึ่งกระแสการทำรูปให้เป็นแนวเก่า ๆ กำลังฮอตฮิต แนว cross processสีแปลก ๆ ช้ำเลือดหนองทำนองนั้น! แถมด้วยจัดวาง typographyใหม่ เปลี่ยน typeface ให้ดูโล่ง อ่านสบาย Header แนว weblog ไม่ดูรกรุงรังเกินไป CSS ที่แก้ใขง่ายและไม่ซับซ้อน ทำให้การทำงานสะดวกขึ้น

แต่ยังคิดว่า theme ยังคงต้องปรับเปลี่ยนอะไรอีกเล็กน้อยให้มันลงตัวกว่านี้ พร้อมกับเพิ่มบทความที่อยากจะเขียนให้ดูเป็น blog ที่มีสาระหน่อย (ฮ่ะ ๆ)ไม่ใช้เป็น blog ที่บ่น ๆ อย่างเดียวน่าเบื่อแย่ (เรื่องที่ติดไว้คราวแล้ว เก็บเข้ากรุไปแล้ว) คิดว่าไม่เขียนมันออกมาดีกว่า มันดูเหมือนไกลตัวแต่มันคงยังไม่ถึงเวลา ถ้าเรียบเรียงเขียนออกมาคงเป็นแค่น้ำจิ้มเพราะ case study มันยังน้อยและไม่ชัดเจนเท่าไหร่

ไว้จะมาเล่าเรื่องมันส์ ๆ ประเด็นน่าสนใจอีก แน่นอน ^^

ผ่านพ้นไปกับเทศกาลแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมล้านนา ไทย-ญี่ปุ่น รวมถึงงาน Comic Party ครั้งที่ 18 ที่เชียงใหม่ โดยในงานมี cosplayer ชื่อดังจากญี่ปุ่นเข้ารวมงานด้วย 10 ท่าน หลายคนอาจจะได้กระทบไหล่ตัวจริงเสียงจริง ได้ลายเซ็นต์ได้ถ่ายรูปคู่ แต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดในครั้งนี่ที่สัมผัสได้ถึงพวกเขาเหล่านั้น คือความเป็นไอดอล ความเป็นแนวหน้าของวงการอย่างแท้จริง

ในงาน Comic Party ครั้งที่ 18 มีการประกวดแข่งขันคัดเลือกหาตัวแทน 2 ทีมจากเชียงใหม่ไปแข่งที่กรุงเทพ เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งงาน WCS ที่ญี่ปุ่นอีกทีหนึ่ง โดยปีนี้ ป็นปีแรกที่ทาง negibose ใช้เวทีในงาน CP18 เพื่อเฟ้นหาตัวแทน ซึ่งผมมองว่าเป็นการเปิดตลาดใหม่ในภูมิภาค ภาคเหนือ

ก่อนหน้านี้มาตรฐานการแสดงของที่นี่ (เชียงใหม่) ยังไม่มีอะไรเด่นชัดเป็น รูปร่างมากนัก ไม่มีเวทีหรือการประกวด (cosplay) ใหญ่ ๆ อย่างเป็นเรื่องราว ทำให้ความชัดเจนของกติกา ข้อกำหนดและมาตราฐานการแข่งขันยังเป็นเรื่องเร้นลับ ทำให้หลายทีมในปีแรกนี้ เตรียมตัวมาไม่ค่อยถูกจุดนัก อย่างไรก็ดี

เหล่าเลเยอร์จากญี่ปุ่นได้แสดงให้เราประจักษ์ ถึงความห่างชั้น ความพร้อม มาตราฐานในเวทีสากล ซึ่งมันจะส่งผลต่อวงการบ้านเราอย่างแน่นอน หลายคนตื่นตัว (และตื่นเต้น) และพร้อมที่จะพลักดันตัวเองและพัฒนา เพราะเราได้เรียนรู้ได้เห็นจากต้นตำรับ จากตัวจริงเสียงจริง ซึ่งมันเป็นโอกาสและประสบการณ์ที่หาได้อยากยิ่งในการที่จะไปพบเจอเขาเหลานั้น แต่เราก็ได้โอกาสนั้นและเราก็เรียนรู้หลายสิ่งจากตรงนั้น

สิ่งอื่นสิ่งใดเหนือการแข่งขันคือเราได้มิตรภาพ ได้เจอพี่ ๆ น้อง ๆ ในวงการ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ทั้งเลเยอร์และตากล้อง ถึงงานปีนี้จะเป็นงานเล็ก ๆ และฉุละหุกับการการย้ายสถานที่จัดงานไปบ้าง งานเล็ก ๆ แต่ก็เป็นกันเองและทั่วถึง ได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ กระทบไหล่คนดังอย่างที่ใคร ๆ ก็ยังอิจฉาคุ้มซะยี่งกว่าคุ้ม (ใช่มั้ย)

แล้วเจอกันใหม่ในเอนทรี่หน้า พบกับเรื่อง : ถ่ายรูปคอสเพลยต้องเสียตังค์ด้วย(เรอะ ?) สวัสดี